ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) ฉบับเข้าใจง่าย

สรุปโรคไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) ฉบับเข้าใจง่าย
ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) คือโรคติดต่อที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอ(HAV) ซึ่งเป็นไวรัสที่ติดต่อจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน ซึ่งเข้าไปทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ โรคนี้จะทำให้เกิดตับอักเสบแบบเฉียบพลันและ ไม่นำไปสู่โรคตับอักเสบเรื้อรัง หลังจากติดเชื้อหรือได้รับการฉีดวัคซีนจะมีภูมิคุ้มกันในระยะยาว
การระบาด
เนื่องจากไวรัสตับอักเสบเอ เป็นเชื้อที่มีการติดต่อได้ง่ายจึงอาจทำให้เกิดการระบาดได้เป็นช่วงๆ ในกลุ่มประชากรที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน จากการศึกษาที่ผ่านมาในประเทศไทยพบว่าคนที่อายุต่ำกว่า 40 ปีส่วนใหญ่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน ดังนั้นในกลุ่มผู้ที่อายุน้อยกว่า 40 ปี และยังไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันมีความเสียงที่จะติดเชื้อและเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดในกลุ่มประชากรนี้
ติดต่อได้ยังไง?
– จำง่ายๆ ว่าติดต่อทาง “ปาก” จากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรคจากอุจจาระของผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ
– กินอาหารหรือน้ำที่ไม่สะอาด: เช่น อาหารสุกๆ ดิบๆ น้ำดื่มที่ไม่สะอาดและมีการปนเบื้อน
– ล้างมือไม่สะอาด เข้าห้องน้ำแล้วล้างมือไม่สะอาด เชื้อจึงติดมือเมื่อไปหยิบจับอาหารเข้าปากต่อ
สังเกตอาการเหล่านี้
– มีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้
– จุกแน่น หรือปวดท้องชายโครงขวา (ตำแหน่งตับ)
– ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน)
– ปัสสาวะสีเข้ม (สีเหมือนชาดำ)
การป้องกัน (สำคัญที่สุด)
– ฉีดวัคซีนป้องกัน: เป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด และป้องกันการติดเชื้อได้ดีมาก
– ยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ”
– กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อน เลี่ยงอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ
– ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนกินข้าว และ หลังเข้าห้องน้ำ
– ดื่มน้ำสะอาด: เลือกน้ำขวดที่ได้มาตรฐาน เลี่ยงน้ำที่ไม่สะอาด
วัคซีนที่ใช้ในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นชนิดเชื้อตาย (Inactivated Vaccine) ซึ่งมีความปลอดภัยสูงมาก:
– ตารางการฉีด: ฉีดทั้งหมด 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่างกัน 6 ถึง 12 เดือน
– เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป
– ประสิทธิภาพ: ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันได้เกือบ 100% และป้องกันโรคได้ในระยะยาว
การรักษา
– พบแพทย์เพื่อรับการรักษา
– เน้นรักษาตามอาการ พักผ่อนให้เยอะๆ ดื่มน้ำมากๆ
– งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด และเลี่ยงอาหารไขมันสูง เพื่อลดภาระของตับ
– หากอาการไม่ดีขึ้นให้ไปพบแพทย์ด่วน
Note: กลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่นผู้ที่เป็นโรคตับเรื้อรัง อาจเสี่ยงมากขึ้นที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายเช่นภาวะตับวายเฉียบพลันได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : รศ.นพ.กิตติยศ ภู่วรวรรณ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน
นัดหมายฉีดวัคซีนที่ https://www.thaitravelclinic.com/th/cost-th.html