ฮันตาไวรัส (Hantavirus)

ฮันตาไวรัส (Hantavirus) เป็น “โรคที่มาจากหนู” เป็นเชื้อไวรัสที่อาศัยอยู่ในตัวหนูตามธรรมชาติ แล้วเชื้อจะปะปนออกมากับ ฉี่ อึ และน้ำลายของหนู (ตัวหนูเองจะไม่ป่วย แต่เป็นตัวนำพาโรค)
คนเราติดเชื้อได้อย่างไร?
จากการสูดดม: หลักๆ ไม่ได้เกิดจากการที่หนูมากัดซะทีเดียว แต่เกิดจาก “การสูดดมฝุ่น” ครับ เมื่ออึหรือฉี่หนูแห้ง เชื้อโรคจะเกาะอยู่กับฝุ่นบริเวณนั้น หากเราไปทำความสะอาด กวาดบ้าน จัดโกดัง หรือเข้าไปในห้องเก็บของที่ปิดทึบมานาน แล้วทำให้ “ฝุ่นฟุ้งกระจาย” พอเราสูดหายใจเข้าไป ก็จะรับเชื้อเข้าปอดไปเต็มๆ
จากการสัมผัส: เอามือไปจับสิ่งของที่เปื้อนฉี่หรืออึหนู แล้วลืมล้างมือ หยิบจับอาหารเข้าปาก หรือมาขยี้ตา แคะจมูก
Note: โรคนี้ส่วนใหญ่ไม่ติดต่อจากคนสู่คน เดินสวนกัน ไอ จามใส่กันไม่ติด
อาการเป็นอย่างไร?
– ช่วงแรกจะแยกยากมาก เพราะอาการจะคล้ายไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 หรือไข้เลือดออก เป็นต้น
– อาการเบื้องต้นจะมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัวรุนแรง (โดยเฉพาะหลังและต้นขา) อ่อนเพลีย
หากอาการรุนแรง เชื้อจะมุ่งไปทำลายอวัยวะหลัก แบ่งเป็น 2 แบบ คือ แบบลงปอด (ทำให้ไอ หอบเหนื่อยรุนแรง น้ำท่วมปอด) หรือ แบบลงไต (ทำให้ปวดเอว ปัสสาวะออกน้อย ไตวาย)
วิธีป้องกันที่ง่ายและได้ผลที่สุด
– ตรวจสอบความสะอาดของบ้านอยู่เสมอ ปิดช่องทางที่หนูจะเข้าได้ ทิ้งขยะให้มิดชิด อย่าให้มีเศษอาหารตกค้าง
– ที่สำคัญให้ใส่หน้ากากอนามัยและถุงมือยาง แล้วใช้ “น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือ น้ำผสมน้ำยาซักผ้าขาว (ไฮเตอร์)” ฉีดพรมให้เปียกชุ่มก่อน ทิ้งไว้สักพัก แล้วค่อยใช้กระดาษทิชชู่หรือผ้าชุบน้ำเช็ดเก็บทิ้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นฟุ้งเข้าจมูกครับ
Note: เวลาทำความสะอาด ถ้าเจออึหนูในบ้านหรือโกดัง ห้ามใช้ไม้กวาดกวาดตอนแห้งๆ หรือใช้เครื่องดูดฝุ่นเด็ดขาด! เพราะจะทำให้ฝุ่นเชื้อโรคฟุ้งกระจาย
สถานการณ์ปัจจุบัน
– (พฤษภาคม 2026): กำลังเป็นข่าวในต่างประเทศเพราะพบผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตเป็นกลุ่มก้อน (คลัสเตอร์) บนเรือสำราญที่เดินทางเชื่อมโยงกับอเมริกาใต้ ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลกต้องเฝ้าระวัง
สถานการณ์ในไทย: “ยังไม่มีการระบาดในประเทศ” และที่ผ่านมาไม่เคยพบผู้ติดเชื้อแบบรุนแรงในบ้านเรา ประชาชนจึงยังไม่ต้องตื่นตระหนก เพียงแต่ต้องเฝ้าระวังผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง