วัคซีนไข้เลือดออก?

วัคซีนไข้เลือดออก มีด้วยเหรอ?
คำตอบคือ มีครับ นอกจากการป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายแล้ว ยังมีอีกวิธีที่สามารถป้องกันไข้เลือดออกได้ คือการฉีดวัคซีน ซึ่งในปัจจุบันวัคซีนไข้เลือดออกที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อรับมือกับไข้เลือดออกทั้ง 4 สายพันธุ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และข้อดีคือ
– สามารถป้องกันการติดเชื้อได้
– สามารถลดความรุนแรงของโรคได้
– ลดอัตราการนอนโรงพยาบาล
– ป้องกันการป่วยหนักจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้
วัคซีนชนิดนี้สามารถฉีดได้ตั้งแต่เด็กอายุ 4 ปี ขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง
1. ผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกมาก่อน (เป็นกลุ่มที่ต้องระวังที่สุด)
เนื่องจากโรคไข้เลือดออกมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ หากเราเคยเป็นแล้ว และกลับมาติดเชื้อครั้งที่ 2 ด้วยสายพันธุ์อื่นที่ต่างออกไป อาการมักจะรุนแรงกว่าครั้งแรกมากและมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะช็อกหรือมีเลือดออกรุนแรง วัคซีนจะเข้าไปช่วยลดความรุนแรงในจุดนี้ได้ดี
2. ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง
ทำไมถึงเสี่ยง? หากกลุ่มนี้ติดเชื้อไข้เลือดออก ร่างกายอาจทรุดหนักได้รวดเร็ว และแพทย์จะทำการรักษาได้ยากขึ้น โรคประจำตัวที่ควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคตับ และโรคเลือด (เช่น ธาลัสซีเมีย)
Fact: ไม่ว่าคุณจะเคยหรือไม่เคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อนก็สามารถฉีดได้ ***แนะนำปรึกษาแพทย์ก่อนการฉีดวัคซีน
ฉีดทั้งหมดกี่เข็ม?
ฉีดทั้งหมด 2 เข็มด้วยกัน เข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 จะฉีดห่างกัน 3 เดือน
บทสรุปทิ้งท้าย:
แม้จะฉีดวัคซีนแล้ว การป้องกันไม่ให้ยุงกัด เช่น การทายากันยุง นอนในมุ้ง และการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายรอบๆ บ้าน ก็ยังคงเป็นมาตรการพื้นฐานในการป้องกันไข้เลือดออกที่ขาดไม่ได้นะครับ
ตรวจสอบราคาและนัดหมายฉีดวัคซีนได้ที่
โรคไข้เลือดออก สาเหตุ และอาการ https://www.tropmedhospital.com/knowledge/dengue.html
วิธีการใช้ทรายกำจัดลูกน้ำยุงลาย https://www.tropmedhospital.com/knowledge/temephos.html